จะรีบไปไหน

“คืนวันนึงผมกำลังปั่นจักรยานสำรวจพื้นที่เหมือนอย่างเคย” อเล็กซ์ อดีตยามประจำคาสิโนระดับห้าดาวเริ่มเล่าเรื่องหนึ่งที่ติดอยู่ในใจมานาน เขาเล่าว่า คาสิโนแห่งนั้นมีลานจอดรถสามชั้นด้วยกัน เวลาออกตรวจก็ต้องปั่นจักรยานคู่ชีพไปด้วย เพราะขืนให้เดินเท้าคงต้องเดินจนขาลากกว่าจะสำรวจได้ทั่ว และคืนวันเกิดเหตุก็เป็นเวรของเขาที่จะต้องไปตรวจตราบริเวณลานจอดรถ
“ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีจนกระทั่งผมปั่นจักรยานขึ้นมาถึงชั้นที่สามซึ่งเป็นชั้นบนสุดของอาคาร” คนเล่าขยับขึ้นมานั่งตัวตรง โน้มตัวมาข้างหน้าด้วยประกายตาระยิบระยับจนทีมงานของเรารู้สึกตื่นเต้นตามไปด้วย อเล็กซ์บอกว่าเขาพบรถยนต์คันหนึ่งจอดทิ้งไว้ในลานจอดรถโดยที่บานประตูทั้งสี่เปิดอ้า เมื่อสำรวจโดยรอบแล้วก็ไม่พบใครที่บ่งบอกว่าเป็นเจ้าของรถเลยสักคน ซึ่งตามรูปการณ์แล้ว อเล็กซ์เชื่อว่าอาจเกิดเหตุร้ายขึ้นกับเจ้าของรถคันดังกล่าว ไม่ถูกลากไปทำร้ายก็ต้องตกใจจนเตลิดหนีแบบไม่คิดชีวิตเป็นแน่ ไม่อย่างนั้นคงไม่ทิ้งรถยนต์คันหรู มูลค่าหลายล้านดอลลาร์เอาไว้ในสภาพนี้แน่ คิดได้ดังนั้นเขาก็เลยจัดการวอไปหาเพื่อนร่วมทีมเพื่อให้ช่วยกันค้นหาตัวคนร้ายหรือผู้ประสบเคราะห์ คิดในใจว่าในที่สุดพวกเขาก็มีโอกาสได้แสดงฝีมือในการทำงานให้คุ้มเงินเดือนเสียที! แน่นอนว่ายามทุกคนรู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์มากก็คราวนี้เอง
“แล้วจับคนร้ายได้มั้ยลุง?” ทีมข่าวที่เด็กสุดในวงถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น ทุกสายตาจดจ้องไปยังอเล็กซ์ที่นั่งกระดกเบียร์จนหมดเหยือกอย่างใคร่รู้ อดีตยามเจ้าของเรื่องสุดระทึกกวาดตามองพวกเราทีละคนก่อนจะเฉลยในที่สุดว่า
“จับได้กะผีอะไรล่ะ ก็ไอ้เจ้าของรถกับพวกเพื่อนมันนั่นแหละที่ลืมปิดประตูเอง ไม่รู้จะรีบไปไหนสิน่า!”